ผู้ก่อตั้งสภาสตรีแห่งชาติ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม
ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม เกิดวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๔๔๖ ในอดีตเป็นครูโรงเรียนจังหวัดพิษณุโลก สมรสกับจอมพล ป.พิบูลสงคราม
อดีตนายกรัฐมนตรี ริเริ่มก่อตั้งสภาสตรีแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ ขณะดำรงตำแหน่งประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ
แรกก่อตั้งสังคมสตรีไทยก่อนและหลังพุทธศักราช ๒๕๐๐

ช่วงพุทธศักราช ๒๔๙๙ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้กระตุ้นให้คนไทยตื่นตัวและออกมาช่วยงานสังคม โดยก่อตั้งกลุ่มทหารหญิงและสโมสร วัฒนธรรมหญิง ทำกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศและสำนักวัฒนธรรมหญิงได้ตระหนักถึงความสำคัญของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางการเมืองสตรี จึงได้จัดการเฉลิมฉลองสิทธิทางการเมืองของสตรีขึ้น

ต่อมา ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม มีโอกาสพบกับมิสซีสโรส พาร์สัน ซึ่งเป็นกรรมการสภาสตรีสหรัฐอเมริกา โดยการแนะนำของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร (ชายาของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเปรม บุรฉัตร ซึ่งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ) เมื่อทราบเรื่องราวและรูปแบบของสภาสตรีต่างประเทศ (The International Council of Women - ICW - ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. ๑๘๘๘) จึงจัดมีการประชุมองค์กรสตรีพิจารณาร่างวัตถุประสงค์ และข้อบังคับสภาสตรีแห่งชาติ โดยอิงรูปแบบของสภาสตรีต่างประเทศและมอบหมายให้ผู้แทนของ ๕ สมาคมเข้าร่วมประชุม ได้แก่ สโมสรวัฒนธรรมหญิง เบญจมราชาลัยสมาคม สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงศรีสะเกษ และสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ในที่สุด สภาสตรีแห่งชาติได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อ วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๙

องค์กรสตรีไทยก่อน พ.ศ. ๒๕๐๐

เมืองไทยยุคก่อน พ.ศ. ๒๕๐๐ สตรีไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็น ช้างเท้าหลัง แต่สตรีจำนวนไม่น้อยได้ก้าวออกมาทำงานเพื่อพัฒนาสังคมในกิจกรรมที่ตนถนัดและโอกาส อำนวย บุคคลที่เป็น ภาพสะท้อน ของยุคสมัยได้แก่ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ภริยานายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม (พ.ศ. ๒๔๘๑ – ๒๔๘๗ และ พ.ศ. ๒๔๙๐ - ๒๕๐๐)

ในฐานะภริยาท่านนายกรัฐมนตรี ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้เริ่มกระตุ้นให้สตรีไทยตื่นตัว เลิกเก็บตัวทำงานอยู่แต่ในบ้านออกมาช่วยสังคมงานสังคมและ ร่วมทำงานกันในกลุ่มท่านได้ทำงานให้เห็นเป็นแบบอย่าง ซึ่งเป็นผลให้เกิดประโยชน์มหาศาลต่อสังคมไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านที่เกี่ยวกับ วัฒนธรรม บทบาท ศรัทธา และความก้าวหน้าของสตรีไทย

พ.ศ. ๒๔๘๕ มีการก่อตั้ง กลุ่มทหารหญิง เริ่มจากนักเรียนนายร้อยหญิงโดยท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้เสนอขอให้รัฐบาลไทยจัดตั้ง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นประธาน และท่านผู้หญิงเป็นกรรมการด้วยผู้หนึ่ง จากนั้นได้ผลักดันให้รัฐบาลไทยแต่งตั้งองค์กรของรัฐเพื่อเป็นเจ้าของเรื่องงาน พัฒนาสตรี ได้แก่ คณะกรรมการวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ก่อนที่สหประชาชาติจะกำหนดให้มี ทศวรรษสตรี ถึงเกือบสามทศวรรษ ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงละเอียดได้รับเลือกเป็น ประธานคณะกรรมการ

พ.ศ. ๒๔๘๖ ก่อตั้งสโมสรวัฒนธรรมหญิง เริ่มจากภริยาข้าหลวง ภริยาผู้พิพากษา ภริยานายทหาร ตำรวจ ตลอดจนครู อาจารย์สตรี ฯลฯ ชวนกันออกมาร่วมทำงาน ในรูปแบบขององค์กรสตรี

  • พ.ศ. ๒๔๘๗ ก่อตั้งการศึกษาสังคมสงเคราะห์ของประเทศไทย
  • ก่อตั้งสถานศึกษาสังคมสงเคราะห์ เป็นสถาบันภายใต้การบริหารของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงดำเนินงานอยู่ ๕ ปีจึงยุติลง เนื่องจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ผลิตนักสังคมสงเคราะห์ขึ้นแล้ว
  • พ.ศ. ๒๔๙๕ มีการขอเสนอขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ปรับปรุงกฎหมายเพื่อยกฐานะของสตรี ในหลักการที่จะให้สตรีได้รับสิทธิ เสมอภาคในการรับราชการในกระทรวง ทบวงกรมต่างๆ เท่าเทียมบุรุษ และเสนอขอแก้กฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางครอบครัว เรื่องปัญหาการสมรส เรื่องสินสอดเรื่องทรัพย์สินระหว่างสามีและภริยา ฯลฯ เพื่อประโยชน์ของสตรี ข้อเสนอดังกล่าวสภาสตรีแห่งชาติฯ และสมาคมสตรีได้ช่วยกันสานต่อ เช่น สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นต้น
  • พ.ศ. ๒๔๙๖ เกิด สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงประจำจังหวัดทั่วราชอาณาจักร
  • พ.ศ. ๒๔๙๖ เกิด สมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย ท่านผู้หญิงละเอียด ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมฯ ๒ สมัยติดต่อกัน จากนั้นได้รับเชิญเป็นนายกกิตติมศักดิ์
  • พ.ศ. ๒๔๙๖ มีการจัด งานวันแม่ในเดือนเมษายนช่วงสงกรานต์ ด้วยหลักคิดว่าชาวไทยนั้นต้องกลับบ้านไปไหว้พ่อแม่เป็นประจำอยู่แล้ว
  • พ.ศ. ๒๔๙๘ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางการเมืองของสตรี มีผลใช้บังคับกระทรวงต่างประเทศและสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงร่วมกันจัดงานที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อ เฉลิมฉลองสิทธิทางการเมืองของสตรี
  • พ.ศ. ๒๔๙๙ ก่อตั้ง สภาสตรีแห่งชาติ โดยหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้รับเลือกเป็นประธานสภาสตรีฯ คนแรก
ความเป็นมาของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง

อ้างอิงการสืบค้น ข้อมูลเอกสารจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ( National Archives Thailand) พบเอกสารที่เป็นหลักฐานสำคัญแสดงที่มาของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ที่ได้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๖ โดยกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือเลขที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ถึงจังหวัด ทั่วประเทศ ให้ร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้ง สมาคมสตรีหรือสโมสรสตรีในจังหวัด เพื่อให้หญิงไทยได้มีส่วนร่วมมือร่วมใจกันหาทางส่งเสริมสวัสดิภาพของครอบครัวและส่วนรวม ตลอดจนส่งเสริมการกุศลสาธารณะประโยชน์ ตามความมุ่งหมายของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมี ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ภริยา จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่ง ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ

ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้เชิญชวนให้จังหวัดต่างๆ จัดตั้งสโมสรหรือสมาคมสตรีของแต่ละจังหวัดขึ้นเพื่อหวังจะให้สตรีของจังหวัดนั้นได้ร่วมกันรับนโยบายอุดมคติของสโมสรสตรีซึ่งสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงได้วางไว้เป็นแนวทางก็คือหญิงไทยจะต้องรักเกียรติและมี สถานภาพสูงโดยมีสัจจะขันติยุติธรรมและมีความขยันหมั่นเพียรเป็นรากฐานมาดำเนินงานอย่างทั่วถึงกันซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้กรุณาให้ความร่วมมือกับสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นอย่างดี อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากบรรดาท่านสุภาพสตรีภริยาผู้ว่าราชการจังหวัด ภริยาข้าราชการ และข้าราชการสตรี ที่ให้ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจปฎิบัติตามคำเชิญชวนจนเป็นผลสำเร็จ ความเป็นมาของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง เป็นผลสำเร็จ ทั่วประเทศ โดยบางจังหวัด ก็จัดตั้งเป็นสมาคมสตรี บางจังหวัดก็เรียกเป็นสโมสร แตกต่างกันไป

ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๙๗ พระยาจินดารักษ์ รักษาการเลขาธิการ สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีหนังสือราชการถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งขอความร่วมมือให้ทำการเปลี่ยนแปลงชื่อสมาคมสตรี หรือสโมสรสตรี เพื่อให้เรียกชื่อเหมือนกันหมดเป็น "สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัด...." ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามที่สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ได้เสนอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเห็นชอบแล้ว และยังเป็นการยกระดับฐานะให้สูงขึ้น อีกทั้งเป็นการบ่งชี้ความชัดเจนในการที่สตรีไทยต้องช่วยกันทำหน้าที่รักษาวัฒนธรรมไทย และร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว สังคมและประเทศชาติ จากเอกสารที่สืบค้นได้จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า ได้มีการจัดตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ทั่วประเทศจำนวน ๖๘ จังหวัด ตามหนังสือจากสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ถึงกระทรวงมหาดไทย แจ้งจำนวนของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆ พร้อมด้วยชื่อนายกสมาคม ถึง ๖๘ จังหวัด เพื่อกระทรวงมหาดไทยเก็บไว้ใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบสถานภาพสมาคม

เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของการจัดตั้ง สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆนั้น ถือเป็นการค้นพบประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดที่สำคัญยิ่ง และเป็นหลักฐานที่ประจักษ์ได้ว่า ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม เป็นผู้นำสตรีที่มีวิสัยทัศน์ มีความมุ่งมั่นในการที่จะพัฒนาศักยภาพสตรีโดยแท้ จนเป็นที่มาของการตั้งสภาสตรีแห่งชาติ ขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๔๙๙ โดยปรากฏชื่อ สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆ เป็นองค์กรสมาชิก โดยกำหนดวัตถุประสงค์การก่อตั้ง เพื่อการทำประโยชน์ให้กับสตรี ครอบครัว สังคมและประเทศชาติเป็นผลสำเร็จทั่วประเทศ โดยบางจังหวัด ก็จัดตั้งเป็นสมาคมสตรี บางจังหวัดก็เรียกเป็นสโมสร แตกต่างกันไป

ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๐๔ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ได้รับสภาสตรีแห่งชาติไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงได้เรียกชื่อใหม่เป็น "สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์"

ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐบาลได้ออกกฎหมายตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยเรื่องการจัดตั้งและข้อกฎหมายที่ต้องปฎิบัติว่าด้วยเรื่องสมาคม ทั้งนี้ในส่วนสมาคมที่ได้ทำการจัดตั้งก่อนปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ถือว่าสภาพนิติบุคคลยังคงอยู่ แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่กำหนดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยเรื่องสมาคมปี ๒๕๓๕

อนึ่ง เพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการก่อตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัด จึงได้ทำการสรุปเรียบเรียงข้อมูลจากเอกสารที่สืบค้นจากหอจดหมายเหตุ เพื่อสะดวกในการอ่านเป็นความรู้และหวังว่าข้อมูลที่ค้นพบจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรสมาชิกให้มีความภาคภูมิใจในประวัติความเป็นมา และสร้างแรงบันดาลใจที่จะสืบสานหน้าที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ความเป็นปึกแผ่นของสตรี ในการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติสืบไป

๑. สโมสรสตรีสุราษฎร์ธานี

ตามใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมหรือองค์การตามแบบ ว.ธ. ๓ เลขอนุญาตที่ ต. ๘๕๙/ ๒๔๙๖ เลขคำขอที่ ๑๑๕๑/๒๔๙๖ มีนางบุญศิริ อักษรสารสิทธิ์ เป็นผู้ขอจัดตั้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อ ก. ให้หญิงไทยได้พบปะสมาคมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ข. เพื่อให้หญิงไทยได้มีส่วนร่วมมือร่วมใจกันหาทางส่งเสริมสวัสดิภาพของครอบครัวและส่วนรวมและส่งเสริมการกุศล สาธารณประโยชน์ โดยอนุญาตให้จัดตั้งสมาคมวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๔๙๖ โดยพระยาจินดารักษ์ รักษาการในตำแหน่ง เลขาธิการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ และปรากฎทะเบียนสมาคม (ส.ค. ๒) เลขลำดับ จ.๑๑ ลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๔๙๖ มีสำนักงานแห่งใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๒๒๗ ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยโดย ได้มีหนังสือ ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่องฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัด สุราษฎร์ธานี ในวันอาทิตย์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๐๙.๐๐ น.

๒. สมาคมสตรี กาญจนบุรี

ตามหนังสือจังหวัดกาญจนบุรี ที่ ๙๑๓๑/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ โดยนายสุนัย ราชภัณฑารักษ์ ปลัดจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ได้จัดตั้งสมาคมสตรี โดยได้เชิญชวนภริยาข้าราชการทั้งหลาย ซึ่งนางสนิทประชากร ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดยินดีให้ความสนับสนุนให้เป็นไปตามนโยบายของสภาวัฒนธรรม และจัดตั้งสมาคมสตรีขึ้นใช้ชื่อว่า “สมาคมสตรี กาญจนบุรี”

สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ โดย นางเนื้อทิพย์ เสมรสุต เลขานุการสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง มีหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทยตามหนังสือที่ ๑๘๙๐/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๔๙๗ แจ้งว่าประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) จะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดกาญจนบุรี วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๔๙๗

ต่อมาได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อสมาคมสตรี กาญจนบุรีเป็น สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดกาญจนบุรี ตามหนังสือสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่ น.ว. ๑๖/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๙๗ เรื่องการจัดตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ในต่างจังหวัด

ตามหนังสือสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ด่วนมากที่ ๒๐๗๖ / ๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๔๙๗ จากนางเนื้อทิพย์ เสมรสุต เลขานุการสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งเลื่อนเวลาเดินทางไปเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดกาญจนบุรีจาก ๐๘.๐๐ น. เป็น ๐๗.๐๐ น.

ตามหนังสือจังหวัดกาญจนบุรี ที่ - /๒๔๙๙ ลงวันที่ - กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ โดยนายแสวง ชัยอาญา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดการจัดงานฉลองตึกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยจังหวัดได้พิจารณาอนุญาตจ้างช่างรับเหมาปรับปรุงและซ่อมแซมศาลากลางจังหวัดหลังเดิมเพื่อใช้เป็นสำนักงานของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดกาญจนบุรี บัดนี้ได้ดำเนินการซ่อมศาลากลางหลังเก่าเสร็จใช้การได้แล้วและจังหวัดได้มอบให้สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงเป็นสำนักงานตั้งแต่วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๔๙๙ บัดนี้กรรมการสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงได้แจ้งมาว่า เพื่อให้เป็นเกียรติแก่สมาคมและเพื่อให้เป็นที่ปรากฏแก่บรรดาพ่อค้าคหบดีตลอดจนประชาชนในจังหวัดว่าสมาคม นี้จะได้เป็นสถาบันในอันที่จะบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อประโยชน์ในสังคมจึงใคร่จะจัดงานฉลองตึกสำนักงานสมาคมและ จะขอเชิญ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ประธานสภาวัฒนธรรมแห่งชาติกับ ฯพณฯ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงไปเป็นเกียรติและสิริมงคลแก่สมาคมในงานนี้ด้วยส่วนการกำหนดงานนั้นได้กะ ประมาณว่าจะเป็นระหว่างวันที่ ๑๖ ถึง ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ วันใดแล้วแต่ท่านจะกรุณา นอกจากนี้ขอกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในงานเปิดที่ว่าการอำเภอพนมทวนซึ่งได้สร้างแล้วเสร็จด้วยความกรุณาของ ฯพณฯ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามดำเนินการให้กรมโยธาธิการจัดหาเงินงบประมาณได้นั้นด้วย

ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ ๔๔๒๑ / ๒๔๙๙ ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทยถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีแจ้งว่าประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจะมาทำพิธีเปิดฉลองสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดกาญจนบุรีและที่ว่าการ อำเภอพนมทวนในวันเสาร์ที่ ๓ มีนาคม ๒๔๙๙

๓. สโมสรสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดระยอง

ตามหนังสือจังหวัดระยอง ที่ ๙๗๔๓/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ โดยนายสุจิตต์ สมบัติศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ จังหวัดได้เชิญชวนสุภาพสตรีในจังหวัดประชุมเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๖ ที่ประชุมตกลงจัดตั้งสโมสร โดยใช้ชื่อว่า “สโมสรสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดระยอง” และได้จัดทำคำร้องและสั่งขออนุญาตไปยังสภาวัฒนธรรมแห่งชาติแล้ว

ต่อมาได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อสโมสรสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดระยองเป็น สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดระยอง ตามหนังสือสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่ น.ว. ๑๖/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๙๗ เรื่องการจัดตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ในต่างจังหวัด

ตามหนังสือที่ว่าการภาค ๒ ที่ ๕๐๖๗/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ จาก พลโท เรือง เรืองวีรยุทธ ผู้ว่าราชการภาค ๒ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ความว่าท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจะได้กรุณาเดินทางไปทำการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ในเดือนกุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม ๒๔๙๘

ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ (ท่านผู้หญิงละเอียดพิบูลสงคราม) กำหนดเดินทางเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดระยอง ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มกราคม ๒๔๙๘

๔. สโมสรสตรีจังหวัดเพชรบุรี

ตามหนังสือจังหวัดเพชรบุรี ที่ ๑๒๗๗๔/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ โดยนายบุญยฤทธิ์ นาคีนพคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ จังหวัดได้แต่งตั้งให้นางสาวเหรียญเพชร ตาลวันนา ครูใหญ่โรงเรียนสตรีเพชรบุรี “เบญจมเทพอุทิศ” ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่รักใคร่และเคารพนับถือของบรรดาสตรีทั่วไปในจังหวัดเป็นประธานกรรมการ และได้เชิญชวนสุภาพสตรีในจังหวัดประชุมเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๔๙๖ ที่ประชุมตกลงจัดตั้งสโมสร โดยใช้ชื่อว่า “สโมสรสตรีจังหวัดเพชรบุรี” และได้ดำเนินการส่งเรื่องให้ทำการจัดตั้งสโมสรตามระเบียบ

สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ โดย นางเนื้อทิพย์ เสมรสุต เลขานุการสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง มีหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทยตามหนังสือที่ ๑๘๙๐/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๔๙๗ แจ้งว่าประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) จะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดเพชรบุรี วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๔๙๗

๕. สโมสรสตรีจังหวัดแพร่

ตามหนังสือจังหวัดแพร่ ที่ -/๒๔๙๖ ลงวันที่ - พฤศจิกายน ๒๔๙๖ โดยนายชุณห์ นกแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ จังหวัดได้เชิญภริยาข้าราชการ ครู และภริยาพ่อค้า คหบดี มาร่วมประชุมจัดตั้งสโมสรสตรี เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ แต่งตั้งให้นางทองดี นกแก้ว เป็นนายก และมีกรรมการอื่นๆ รวม ๑๗ คน โดยจังหวัด ที่ได้ดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งสโมสรสตรีตามระเบียบและขอให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งสภาวัฒนธรรมแห่งชาติทราบด้วย

๖. สโมสรสตรีสุพรรณบุรี

ตามหนังสือจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ ๑๓๖๓๙/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ โดยพันตำรวจเอก จำรัส โรจนจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ จังหวัดได้เชิญภริยาข้าราชการและสตรีบางคน มาร่วมประชุมตามความมุ่งหมายของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ ที่ประชุมตกลงจัดตั้งสโมสร โดยใช้ชื่อว่า “สโมสรสตรีสุพรรณบุรี”ได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอต่อสภาวัฒนธรรมแห่งชาติเพื่อทำการจดทะเบียนต่อไป

ต่อมาได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อสโมสรสตรีสุพรรณบุรี เป็น สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสุพรรณบุรี ตามหนังสือสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่ น.ว. ๑๖/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๙๗ เรื่องการจัดตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ในต่างจังหวัด

ตามหนังสือสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสุพรรณบุรี เลขที่ ๑ /๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๔๙๗ โดยนางบุบผา โพธิ์พันธ์ นายกสมาคม เรียนถึง เลขานุการสโมสรสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ความว่า ได้จัดตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงตามคำแนะนำของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติแล้ว และได้จดทะเบียนสมาคมเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๙๖ ได้มีการประชุมใหญ่สมาชิกเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๙๗ ที่ประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมแล้วโดยมี นางบุบผา โพธิ์พันธ์ ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นนายกสมาคม มีกรรมการทั้งหมดรวม ๑๙ คน มีสมาชิก ๓๖๔ คน ใช้โรงเรียนสตรีสุพรรณบุรี “สงวนหญิง” เป็นที่ทำการสมาคมเป็นการชั่วคราว และยังไม่ได้กระทำพิธีเปิดป้ายสมาคมบรรดากรรมการของสมาคมและสมาชิกมีความปรารถนาขอเชิญ ฯพณฯ ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) เป็นประธานเปิดป้ายสมาคม

นอกจากนี้ สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ได้มีหนังสือที่ ๖๗๖๕/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๙๗ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย รายงานการดำเนินกิจกรรมของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสุพรรณบุรี ว่าได้นำเรื่องขึ้นเสนอ ฯพณฯ ประธานสภาวัฒนธรรมแห่งชาติด้วยและเห็นว่าสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงในส่วนภูมิภาคได้พยายามปฏิบัติกิจ การให้ดำเนินไปตามนโยบายของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ นับว่าได้ผลสมความมุ่งหมายเป็นที่น่ายินดี ทั้งนี้เป็นเพราะได้รับความร่วมมือช่วยเหลือของกระทรวงมหาดไทย

๗. สโมสรสตรีจังหวัดบุรีรัมย์

ตามหนังสือจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ ๑๐๖๙๘/๒๔๙๖ ลงวันที่ - พฤศจิกายน ๒๔๙๖ โดยหลวงธุรนัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ จังหวัดได้เชิญบรรดาภริยาหัวหน้าส่วนราชการทุกแผนกประชุมตามความมุ่งหมายของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๔๙๖ โดยกำหนดกรรมการผู้เริ่มการขึ้นคณะหนึ่งรวม ๑๓ คน ที่ประชุมตกลงจัดตั้งสโมสร โดยใช้ชื่อว่า “สโมสรสตรีบุรีรัมย์” ซึ่งนายทะเบียนสมาคมจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับจดทะเบียนสมาคมสตรีจังหวัดบุรีรัมย์ตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๔๙๖ ต่อมาวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ได้เชิญประชุมผู้เริ่มการและสมาชิกพิจารณาตั้งสโมสรขึ้นที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ โดยจังหวัดเป็นผู้จัดหาสถานที่ให้ ได้กระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ และมีจำนวนสมาชิกแล้วจำนวน ๙๓ คน

ตามหนังสือสโมสรสตรีจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ ๑/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ ลงนามโดยนางทองพูน นัยพินิจ นายกสโมสรสตรีจังหวัดบุรีรัมย์ ถึงท่านนายกสโมสรสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) ให้ทราบถึงการจัดตั้งสโมสรสตรีจังหวัดบุรีรัมย์ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๔๙๖ และประกอบพิธีเปิดเป็นพิธีการเสร็จแล้วเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นประธานในพิธีเปิดป้าย มีสมาชิกรวม ๙๓ คน

๘. สโมสรวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดชุมพร

ตามหนังสือจังหวัดชุมพร ที่ ๑๒๐๖๘/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ โดยนายแสวง ทิมทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการจัดตั้งสโมสรสำหรับสตรี เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ขอให้จังหวัดร่วมมือและสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมสตรี หรือสโมสรสำหรับสตรีขึ้นในจังหวัดเพื่อความวัฒนาถาวรของประเทศชาติ และความสงบสุขของประชาชนตามวัตถุประสงค์ของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ นั้น จังหวัดได้จัดตั้งสโมสรสำหรับสตรีในจังหวัดชุมพรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตามหนังสือสโมสรวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จังหวัดชุมพร ที่ ๑/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ ลงนามโดยนางสอาดศรี ทับทิมทอง ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ในฐานะนายกสโมสรวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จังหวัดชุมพรถึงนายกสโมสรสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม)โดยอ้างถึงหนังสือของสโมสรสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงที่ ๕๖๗/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๔๙๖เชิญชวนให้ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งสมาคมสตรีประจำจังหวัดเพื่อให้ภริยาข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และข้าราชการสตรีได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ได้มีโอกาสร่วมกันทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม หรือร่วมบันเทิงและกีฬาเพื่อความสุขแก่ร่างกาย นั้น บัดนี้ได้ดำเนินการจัดตั้ง “สโมสรวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดชุมพร” เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีกรรมการ ๑๘ ท่าน สำนักงานของสโมสรชั่วคราวตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนสตรีจังหวัดชุมพร “สอาดเผดิมวิทยา”

ต่อมาได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อสโมสรวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จังหวัดชุมพร เป็น สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดชุมพร ตามหนังสือสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่ น.ว. ๑๖/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๙๗ เรื่องการจัดตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ในต่างจังหวัด

สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดชุมพรได้มีหนังสือที่ ๒๑/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๔๙๗ โดยนางสอาดศรี ทิมทอง ถึงประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง เรื่องการสร้างอาคารของสมาคม เนื่องจากการอาศัยอาคารส่วนหนึ่งของโรงเรียนสตรีจังหวัด “สอาดเผดิมวิทยา” ทำงานชั่วคราว เป็นการไม่สะดวกแก่สมาคมและโรงเรียน จึงเห็นพ้องกันว่าควรหาเงินรายได้เป็นทุนสร้างอาคารของสมาคม โดยจัดให้มีการฉายภาพยนต์ เมื่อวันที่ ๘-๙ กรกฎาคม ๒๔๙๗ ณ โรงภาพยนต์ชุมพร ๒ คน มีผู้ยินดีบริจาคเงินรวม ๒๘,๖๙๐.๐๐ บาท

จากนั้นนายแสวง ทิมทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้มีหนังสือที่ ๒๔๘๙๙/๒๔๙๗ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่อง สร้างสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดชุมพร ที่บริเวณสนามหน้าสโมสรข้าราชการ เริ่มสร้างเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๔๙๗ เป็นอาคารชั้นเดียว มุงกระเบื้องแบบวิบูลศรี ฝากระดาน ผนังใต้ถุนก่ออิฐถือปูน แบ่งเป็นห้องประชุม ๑ ห้อง ทำงาน ๑ ห้อง เก็บพัสดุ ๑ ห้อง ห้องน้ำ ๑ ห้อง เฉลียงหน้าและหลัง เนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ตารางเมตร และกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือที่ ๒๓๖๑๓/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๔๙๗ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เรื่องสร้างอาคารของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดชุมพร แจ้งว่าได้รายงานการก่อสร้างสมาคมให้ท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติทราบแล้ว ท่านกำหนดจะมาเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายสมาคมในเดือนมกราคม ๒๔๙๘

กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่องฯพณฯนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดชุมพร ในวันศุกร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๑๔.๐๐ น.

๙. สโมสรสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จังหวัดพัทลุง

ตามหนังสือจังหวัดพัทลุง ที่ ๙๑๐๙/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๑๐พฤศจิกายน ๒๔๙๖ โดยนายจันทร์ สมบูรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีโดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงมหาดไท ย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ เรื่องการตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีตามที่กระทรวงมหาดไทยได้รับหนังสือจากสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ นั้น จะดำเนินการจัดตั้งให้แล้วเสร็จและขอคอยโอกาสดำเนินการจดทะเบียนให้แล้วเสร็จในปี ๒๔๙๗

และเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๔๙๖ ตามหนังสือจังหวัดพัทลุง ที่ ๑๐๐๔๐/๒๔๙๖ ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการประชุมเพื่อจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี โดยได้จัดประชุมเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๔๙๖ ณ โรงเรียนสตรีพัทลุง ที่ประชุมมีมติให้จัดตั้งเป็นรูปสโมสร โดยใช้ชื่อว่า “สโมสรสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จังหวัดพัทลุง” มีกรรมการ ๑๘ คน โดยมีนางขนิษฐา สมบูรณ์กุล ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายก สำนักงานตั้งอยู่ที่โรงเรียนสตรีพัทลุงเป็นการชั่วคราวและกำลังดำเนินเพื่อขอจดทะเบียนตามกฎหมาย

๑๐. สโมสรวัฒนธรรมหญิง จังหวัดพิษณุโลก

ตามหนังสือลงนามโดย จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ถึง นายกสโมสรวัฒนธรรมหญิงจังหวัดพิษณุโลก ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ เพื่อแสดงความยินดีที่บรรดาท่านสุภาพสตรีในจังหวัดพิษณุโลก ได้ดำเนินการจัดตั้งสโมสรสตรีขึ้น ซึ่งจะมีพิธีเปิดในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ โดยท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ความว่าการที่รัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนับสนุนให้มีสโมสรวัฒนธรรมหญิงก็เพราะสตรีในสมัยปัจจุบันมีความเจริญทัดเทียมกับชายโดยมีการรับรองสิทธิของสตรีไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและปฏิญญ าสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติอันหนึ่ง ตามประวัติศาสตร์ชาติไทยสตรีก็ได้ทำการกู้บ้านเมืองและรักษาไว้ซึ่งสันติสุขของชาติไทยมาแล้วหากมีการประสาน สามัคคีระหว่างสตรีและร่วมกันช่วยประเทศชาติของตนในฐานะสตรีและเป็นแม่ของชาติเพื่อดำรงครอบครัวและสวัสดิภาพของสังคมให้ก้าวหน้าไปด้วยดีย่อมจะเป็นกำลังเป็นฐานอันสำคัญนำมาซึ่งความวัฒนาถาวรของบ้านเมืองปร ะเทศชาติสืบไป และขอให้สโมสรแห่งนี้เป็นสถาบันอำนวยความเจริญแก่สตรีไทยสืบไป

๑๑. สมาคมสตรีนครศรีธรรมราช

ตามหนังสือจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ ๑๙๕๔๔/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ จากขุนพิเศษนครกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชกราบเรียนถึง ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) เรื่อง การจัดตั้งสมาคมสตรีนครศรีธรรมราชเป็นที่เรียบร้อยแล้วตามใบอนุญาตที่ ต.๘๖๗/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๔๙๖ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หญิงไทยได้ร่วมมือร่วมใจกันหาทางส่งเสริมสวัสดิภาพของครอบครัวและส่วนรวมโดยมีนา งเสงี่ยม พิเศษนครกิจ ภริยา ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นนายกสมาคม มีกรรมการรวมกัน ๑๗ คนได้ทำพิธีเปิดป้ายสมาคมเรียบร้อยแล้วมีสุภาพสตรีมาสมัครเป็นสมาชิกรวม ๑๔๘ คน

ตามหนังสือจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ ๑๙๕๔๕/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ จากขุนพิเศษนครกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียนปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งให้ทราบว่าได้ดำเนินการจัดตั้งสมาคมสตรีนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่องฯพณฯนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิ งจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันจันทร์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๐๘.๐๐ น.

๑๒. สโมสรสำนักวัฒนธรรมหญิงนครปฐม

ตามหนังสือจังหวัดนครปฐม ที่ ๑๒๕๗๘/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ จากขุนคำณวนวิจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี โดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ให้จังหวัดให้ความร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีในจังหวัด ให้ความร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีในจังหวัดตามความมุ่งหมายของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ นั้น จังหวัดนครปฐมโดยภริยาผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยภรรยาข้าราชการ ได้ดำเนินการจัดตั้ง “สโมสรวัฒนธรรมหญิงนครปฐม” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่พระที่นั่งชาลีมงคลอาสน์ ในพระราชวังสนามจันทร์ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม และได้เชิญ ฯพณฯ ละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ มาทำพิธีเปิดสโมสรแห่งนี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ เวลา ๑๒.๐๐ น.

๑๓. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดเพชรบูรณ์

ตามหนังสือจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ ๑๐๖๓๖/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๔๙๖ จากขุนบำรุงรัตนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งให้ทราบถึงกิจการของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยร่วมมือกับห้องสมุดประชาชนเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรม

จากกำหนดการเดินทางของ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงเดินทางไปเยี่ยมข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒ นธรรมหญิงจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยกำหนดเปิดสมาคมในวันเสาร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๙.๐๐ น. แต่เนื่องจากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนจึงได้เลื่อนการเปิดสมาคมเป็นวันอาทิตย์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๘ เวลา ๐๘.๐๐ น.

๑๔. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดชัยภูมิ

ตามหนังสือจังหวัดชัยภูมิ ที่ ๙๓๖๑/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๙๖ จากขุนรัตนวรพงศ์ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ให้จังหวัดให้ความร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีในจังหวัด ให้ความร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีในจังหวัดตามความมุ่งหมายของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ นั้น บัดนี้ได้จดทะเบียนตั้งสมาคมแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๔๙๖ และได้ทำพิธีเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดชัยภูมิ โดยมีท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) เป็นประธานเปิดสมาคม

๑๕. สโมสรส่งเสริมวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดนครพนม

ตามหนังสือจังหวัดนครพนม ที่ ๑๑๐๙๖/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๑๒ธันวาคม ๒๔๙๖ จากนายฉลอง รมิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี โดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ให้จังหวัดให้ความร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีในจังหวัด ให้ความร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีขึ้นในจังหวัดเพื่อความวัฒนาถาวรของประเทศชาติ นั้นบัดนี้จังหวัดนครพนมดำเนินการจัดตั้ง “สโมสรวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดนครพนม”ขึ้น และได้ดำเนินการจดทะเบียนแล้วเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๔๙๖

๑๖. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดปัตตานี

ตามร่างกำหนดการต้อนรับ ฯ พณฯ นายกรัฐมนตรี และประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) มีแผนเดินทางไปเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดปัตตานี แต่ต้องเลื่อนเนื่องจากภัยธรรมชาติ

ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่อง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดปัตตานี ในวันจันทร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๑๖.๓๐ น.

๑๗. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดอุบลราชธานี

ตามหนังสือจังหวัดอุบลราชธานี ที่ ๕๓๘๔/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ จากนายสง่า ศุขรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งเรื่องท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ได้เดินทางเป็นประธานในพิธีเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๑๘ – ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ และท่านได้กรุณาไปเยี่ยมหน่วยทหารและตำรวจเคลื่อนที่ ตลอดจนสถานศึกษา ในนามของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รวม ๑๑ แห่ง

๑๘. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ โดย นางเนื้อทิพย์ เสมรสุต เลขานุการสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง มีหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทยตามหนังสือที่ ๑๘๙๐/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๔๙๗ แจ้งว่าประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) จะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๔๙๗

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีหนังสือที่ มท.๘๖๘๖/๒๔๙๙ ลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๔๙๙ เรื่อง รายนามกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย นำเรียนว่า สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีการเลือกตั้งกรรมการดำเนินงานประจำปี ๒๔๙๙ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๙๙ โดยมีรายนามคณะกรรมการสมาคมฯ จำนวน ๒๒ คน

๑๙. สโมสรสตรีนครลำปาง

ตามหนังสือจังหวัดลำปาง ที่ ๒๓๑๔/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๔๙๗ จากนายสุวรรณ รื่นยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี โดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ที่ขอให้จังหวัดให้ความร่วมมือสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีขึ้นตามนโยบายของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติเพื่อส่งเสริมหญิงไทยทุกคน ให้รู้จักเกียรติและหน้าที่ เป็นแม่ที่ดีของชาติ บัดนี้จังหวัดลำปางได้ดำเนินการจัดตั้งสโมสรสตรีนครลำปางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๙๗ มีนางบุญทิพย์ รื่นยศ ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นนายกสโมสร กรรมการทั้งหมดมีจำนวน ๑๘ คน มีสมาชิกรวม ๓๘๖ คน

๒๐. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดฉะเชิงเทรา

ตามหนังสือจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ ๒๘๘๓/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๔๙๗ จากนายพยุง ตันติลีปิกร ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี โดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ให้จังหวัดให้ความร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีในจังหวัดขึ้นในจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดาสตรีได้ใช้เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกันและได้มีโอกาสร่วมกัน ทำประโยช์ให้แก่ส่วนรวม นั้น บัดนี้จังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการจัดตั้ง “สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดฉะเชิงเทรา” ขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๙ มีนาคม ๒๔๙๗ มีภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายกสมาคม มีกรรมการบริหารจำนวน ๑๘ คน โดยใช้หอประชุมของโรงเรียนการช่างสตรีจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นที่ตั้งสมาคม และได้เรียนเชิญประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) เป็นประธานในพิธีเปิดในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๙๗

สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีหนังสือที่ ๒๘๕๑/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๔๙๗ โดยท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม แจ้งปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าไม่สามารถเดินทางไปร่วมพิธีเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๙๗ ได้ เนื่องจากติดภารกิจ และแจ้งว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปตรวจราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และได้กรุณารับเป็นประธานในการประกอบพิธีเปิดสมาคมด้วย

๒๑. สโมสรส่งเสริมวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตามหนังสือจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ ๒๑๐/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๔๙๗ จากนายทำนุก รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรี โดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ให้จังหวัดให้ความร่วมมือสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสำหรับสตรีในจังหวัดขึ้นในจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดาสตรีได้ใช้เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกันตามความมุ่งหมายของ สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง นั้น บัดนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดำเนินการจัดตั้ง “สโมสรส่งเสริมวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดแม่ฮ่องสอน” ขึ้น โดยมี นางสำราญ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายกสมาคม มีกรรมการบริหารรวมจำนวน ๑๒ คน โดยใช้สโมสรข้าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นที่ทำการชั่วคราว

๒๒. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสงขลา

สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีหนังสือที่ ๓๔๕๐/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๔๙๗ โดยท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม แจ้งนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสงขลา ความว่าตามที่สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสงขลาได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๔๙๗ เชิญประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) แวะเยี่ยมสมาคม ซึ่งยินดีไปเยี่ยมสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสงขลาตามคำเชิญ

กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่อง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสงขลา ในวันอาทิตย์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๑๑.๓๐ น.

๒๓. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดมหาสารคาม

ตามหนังสือสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดมหาสารคาม ที่ ๑๕/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๔๙๗ จากนางอุไรรัตน์ อนุมัติราชกิจ ถึง ฯพณฯ ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) เรื่องรายงานกิจการที่สมาคมได้จัดทำ ความว่า นับตั้งแต่ ฯพณฯ ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงได้กรุณามาเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายของสมาคมเมี่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ สมาคมได้ดำเนินกิจการมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  • - วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ สมาคมได้จัดเครื่องดื่มและบุหรี่ไปถวายพระภิกษุ สามเณร ณ โรงเรียนเทศบาล ๑ หลักเมืองมหาสารคามจำนวน ๑๕๐ รูป ร่วมมือกับจังหวัดจัดงานวันแม่ จัดโครงการประกวดแม่เพื่อคัดเลือกแม่ดีเด่นประจำจังหวัด
  • - วันที่ ๔ เมษายน ๒๔๙๗ สมาคมจัดให้มีการแสดงอาหารคาวหวาน
  • - วันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน ๒๔๙๗ สมาคมร่วมกับจังหวัดทำพิธีเปิดป้ายและฉลองศาลากลางจังหวัดหลังใหม่พร้อมกับงานสงกรานต์
๒๔. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดขอนแก่น

ตามวิทยุ (ข่าวด่วน) จังหวัดขอนแก่น ที่ ๑๓๔/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๔๙๗ จากนายสอน ชาตะวราหะปลัดจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย รายงานกิจการที่สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดขอนแก่น อันมีนางทองเจือ ชานะวราหะ อุปนายก นางสาวสุภาพ ศรียุกตศุทธ เลขานุการ นางเพียงใจ กองพลพรหม เหรัญญิก ไปเยี่ยมครอบครัวนายหมา นางไข คลังหมั่น ราษฎรบ้านหนองอรุณ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ซึ่งคลอดบุตรฝาแฝดชาย ๓ คน และมอบเครื่องอุปโภคเป็นการช่วยเหลือ

๒๕. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดตราด

ตามหนังสือจังหวัดตราด ที่ ๓๙๗๐/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๔๙๗ จากนายสุทิน วิวัฒนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งเรื่องการจัดตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดตราด โดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๕๙๐/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๖ ให้จังหวัดให้ความร่วมมือสนับสนุนสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จัดตั้งสมาคมสตรีหรือสโมสรสตรีขึ้น นั้น บรรดาสุภาพสตรีจังหวัดตราด จำนวน ๙๗ คนได้ดำเนินการประชุมจัดตั้ง “สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดตราด” โดยมี นางสมปองวิวัฒนะ ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายกกรรมการ มีกรรมการรวมจำนวน ๑๗ คน โดยได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมตามกฎหมายแล้ว

ตามหนังสือที่ว่าการภาค ๒ ที่ ๕๐๖๗/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ จาก พลโท เรือง เรืองวีรยุทธ ผู้ว่าราชการภาค ๒ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ความว่าท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจะได้กรุณาเดินทางไปทำการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ในเดือนกุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม ๒๔๙๘ ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) กำหนดเดินทางเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดตราด ในวันศุกร์ที่ ๒๘ มกราคม ๒๔๙๘

๒๖. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดปราจีนบุรี

ตามหนังสือสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดปราจีนบุรี ที่ ๒๐/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๔๙๗ จากนางพจี จารุกลัส นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดปราจีนบุรี ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องขอเชิญมาเป็นเกียรติและเป็นผู้อุปถัมภ์ ด้วยสมาคมฯ ได้เชิญท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงมาประกอบพิธีเปิดป้ายสมาคมฯ ณ สโมสรข้าราชการพลเรือนจังหวัดปราจีนบุรี ในวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๔๙๗ และพระยารามราชภักดี ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบรับร่วมพิธีด้วย ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ ๑๓๙๖๔ /๒๔๙๗ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๔๙๗ เรื่องพิธีเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดปราจีนบุรี

๒๗. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสตูล

ตามหนังสือสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่ ๕๘๒๙/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๔๙๗ โดยท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้มีหนังสือปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องการเยี่ยมสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสตูล ขอขอบคุณที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กรุณาแวะเยี่ยมสมาคมพร้อมทั้งแนะนำการปฏิบัติงานของสมาคม

กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่อง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสตูล ในวันเสาร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๑๕.๐๐ น.

๒๘. สโมสรสตรีจังหวัดสมุทรปราการ

ตามหนังสือจังหวัดสมุทรปราการ ที่ ๑๙๑๒/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๔๙๗ โดยนายสุทิน วิวัฒนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการจัดตั้งสโมสรสตรี จังหวัดสมุทรปราการ ว่า เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๔๙๗ เวลา ๑๔.๐๐ น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการและภริยาได้เชิญภริยาข้าราชการ ข้าราชการสตรี แลคหปตานี เพื่อขอความร่วมมือจัดตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จังหวัดสมุทรปราการ ณ สโมสรข้าราชการ จังหวัดสมุทรปราการ มีสุภาพสตรีเข้าร่วมประชุมจำนวน ๓๒๖ คน ที่ประชุมได้ตกลงจัดตั้งสโมสรสตรี จังหวัดสมุทรปราการขึ้น โดยกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสามัคคี ส่งเสริมเกียรติศักดิ์ และวัฒนธรรมของหญิงไทย กับอุปการะช่วยเหลือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ที่ประชุมได้เลือกตั้งกรรมการดำเนินงานขึ้น ๑๕ คน โดยมีนางสมปอง วิวัฒนะ ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการเป็นนายกกรรมการ และอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ

ต่อมาได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อสโมสรสตรี จังหวัดสมุทรปราการ เป็น สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดสมุทรปราการ ตามหนังสือสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่ น.ว. ๑๖/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๙๗ เรื่องการจัดตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ในต่างจังหวัด

สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสมุทรปราการ โดยนางเอิบ ราชภักดี นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดสมุทรปราการ ได้มีหนังสือกราบเรียน ท่านเจ้าคุณรามราชภักดีและคุณหญิง ปลัดกระทรวงมหาดไทยตามหนังสือลงวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๔๙๗ แจ้งว่าสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดสมุทรปราการ ได้ดำเนินการจัดตั้งเป็นสมาคมและได้รับอนุญาตแล้ว แต่ยังมิได้กระทำพิธีเปิดสมาคม ทางสมาคมจึงกำหนดกระทำพิธีเปิดสมาคมในระหว่างวันที่ ๒๐ ถึง วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ ซึ่งตามกำหนดการกำหนดกระทำพิธีเปิดสมาคม ในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ เวลาประมาณ ๑๒.๐๐ น. ณ โรงเรียนสตรีสมุทรปราการซึ่งเป็นที่ตั้งสมาคมชั่วคราว ซึ่งได้กราบเรียนเชิญท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติไปเป็นประธานในพิธีเปิดสมาคม กับได้กราบเรียนเชิญ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ไปในงานพิธีเปิดสมาคมด้วย และกราบเรียนเชิญท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงร่วมงานพิธีเปิดสมาคมด้วย

จังหวัดสมุทรปราการโดย พันตำรวจโท นายราชภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการได้มีหนังสือเรียนปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ตามหนังสือจังหวัดสมุทรปราการ ที่ ๑๑๑๒๗/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๔๙๗ ด้วย

๒๙. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดปทุมธานี

ตามหนังสือที่ว่าการภาค ๑ พระนครศรีอยุธยา ด่วนมาก ที่ ๔๙๕๗/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๒พฤศจิกายน ๒๔๙๗ โดยพันตำรวจเอก นาก วัธนะสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค ๑ รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการภาค ๑ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องขอเชิญท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม เปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดปทุมธานี ในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดปทุมธานี ได้ไปติดต่อเชิญท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง เป็นผู้เปิดแล้ว ท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงไม่ขัดข้อง

๓๐. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดจันทบุรี

ตามหนังสือที่ว่าการภาค ๒ ที่ ๕๐๖๗/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ จาก พลโท เรือง เรืองวีรยุทธ ผู้ว่าราชการภาค ๒ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ความว่าท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจะได้กรุณาเดินทางไปทำการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ในเดือนกุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม ๒๔๙๘

ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ (ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม) กำหนดเดินทางเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดจันทบุรี ในวันเสาร์ที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘

๓๑. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดร้อยเอ็ด

ตามหนังสือจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ ๑๓๘๙๗/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ จาก ขุนอักษรสารสิทธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กราบเรียน ฯพณฯ ประธานสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ รายงานการดำเนินกิจกรรมงานสงเคราะห์ของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดร้อยเอ็ดนำโดยนางบุญศิริ อักษรสารสิทธิ์ นายกสมาคม ความว่าเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วย ศึกษาธิการจังหวัด นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด นายอำเภอจตุรพักตรพิมาน นายอำเภอเกษตรวิสัย และคณะกรรมการสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน ๙ คน ได้ไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนประชาบาล จำนวน ๔ แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดบ้านสังข์ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด โรงเรียนบ้านหนองตอ โรงเรียนบ้านอีโคตร อำเภอจตุรพักตรพิมาน และอำเภอบ้านหนองส้าว อำเภอเกษตรวิสัย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้โอวาทแก่ครูและนักเรียนโดยให้นักเรียนตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่อเป็นพลเมืองดีของชาติ ครูได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ประพฤติตัวให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนและศิลธรรมอันดี ซึ่งสมาคมได้นำแพทย์หญิงไปด้วยได้ตรวจโรคให้แก่นักเรียน พร้อมมอบเครื่องเขียนในการเล่าเรียน เครื่องนุ่งห่ม และผ้าห่มหนาว

นอกจากนี้ ขุนปราจีนธานี ปลัดจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการร้อยเอ็ด ได้มีหนังสือรายงานการดำเนินงานสังคมสงเคราะห์ของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดร้อยเอ็ด ตามหนังสือจังหวัดร้อยเอ็ดที่ ๑๓๗๗๕/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ ด้วย

สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดร้อยเอ็ด ได้มีหนังสือที่ ๒๒/ ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๔๙๘ ลงนามโดยนางบุญศิริ อักษรสารสิทธิ์นายกสมาคม กราบเรียนถึง ฯพณฯ ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง รายงานเรื่องงานเฉลิมฉลองอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางการเมืองของสตรี ความว่าตามที่มีความประสงค์ที่จะให้สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงส่วนภูมิภาคจัดงานเฉลิมฉลองอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิทางการเมืองของสตรีขึ้นพร้อมกันในวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๔๙๘ ทุกจังหวัดทั่วพระราชอาณาจักรนั้น ขอประธานกราบเรียนเพื่อทราบว่าสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดร้อยเอ็ดได้จัดงานเฉลิมฉลองอนุสัญญาว่า ด้วยสิทธิทางการเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งการจัดงานครั้งนี้ได้ถือปฏิบัติตาม แนวทางของหนังสือเลขานุการสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงที่ น.ว. ๘ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ โดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีสมาชิกของสมาคม ข้าราชการชายหญิง พ่อค้าคหบดีมาร่วมชุมนุมประมาณ ๔๐๐ คนงานสำเร็จเรียบร้อยไปด้วยดี ในนามสตรีของจังหวัดร้อยเอ็ดขอแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาที่คุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันมี ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นผู้นำที่ได้มีต่อกลุ่มสตรีไทยตลอดมา อันสตรีไทยจะลืมเสียมิได้ซึ่งความอุตสาหะมานะพยายามของฯพณฯผู้เป็นหัวแรงในการนำสตรีไทยให้มีฐานะสูงขึ้นจนกระทั่งได้รับสิทธิทางการเมืองตามอนุสัญญานี้

๓๒. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดยะลา

สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดยะลา ได้มีหนังสือ ที่ ๑๙/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ เรื่อง เชิญเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดย นางกมลรัตน์ วัฑฒนายน นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดยะลา ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยและคุณหญิง ความว่า สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดยะลา ได้จดทะเบียนตามกฎหมายแล้ว และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกับ ฯพณฯ ท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จะได้โปรดกรุณาไปเป็นประธานในงานเปิดสมาคมฯ ในต้นปี ๒๔๙๘ สมาคมจึงขออ้อนวอนเชิญ ฯพณฯ ท่านดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแห่งสมาคมนี้ เพื่อให้คำแนะนำและรับคำปรึกษาในอันที่จะจรรโลงหญิงไทยในจังหวัดยะลาให้ดำเนินไปสู่ความวัฒนาถาวรในสิทธิ และหน้าที่ของตนสมดังเจตน์จำนงของ ฯพณฯ ท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงสืบไป

กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือ ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่องฯพณฯนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดตรัง ในวันอังคารที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๑๔.๐๐ น.

๓๓. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดสมุทรสาคร

กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ ด่วนมากที่ ๑๕๗๘ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๔๙๘ ลงนามโดยพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทยถึงประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติแจ้งเรื่องพิธีเปิดสมาคมส่งเสริมธรรมหญิงจังหวัดสมุทรสาคร ในวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๙๘ เวลา ๑๑.๓๐ น.

๓๔. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือ ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดี ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่องฯพณฯนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๑๘.๐๐ น.

๓๕. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดกระบี่

กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือ ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่องฯพณฯนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดกระบี่ ในวันอังคารที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๐๘.๐๐ น.

๓๖. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดภูเก็ต

ตามหนังสือจังหวัดภูเก็ตลงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๔๙๗ โดยขุนจรรยา วิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ความว่ากระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังจังหวัดให้ดำเนินการสนับสนุนสตรีในจังหวัดร่วมกันจัดตั้งสโมสรวัฒนธรรมฝ่ายหญิงประจำจังหวัดเพื่อเป็นบริการส่งเสริมวัฒนธรรมฝ่ายสตรีไทยให้ก้าวหน้าเยี่ยง อารยะประเทศทั้งหลาย จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการส่งเสริมสุภาพสตรีร่วมกันจัดตั้งสโมสรดังกล่าวขึ้นสำเร็จและได้ทำการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วได้สมาชิกเกือบ ๒๐๐ คน ขนานนามว่าสโมสรวัฒนธรรมหญิงจังหวัดภูเก็ต บัดนี้ทางคณะกรรมการสโมสรวัฒนธรรมหญิงภูเก็ตได้มีมติให้ทำพิธีเปิดป้ายสมาคมขึ้นในวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๔๙๗ นี้และในพิธีครั้งนี้ ได้เชิญท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ไปเป็นประธานในพิธีเพื่อเป็นเกียรติด้วยแต่ยังไม่ได้รับตอบมาว่า ฯพณฯจะไปได้หรือไม่หรือจะมีบัญชาให้เปลี่ยนแปลงประการใด จึงเรียนให้กระทรวงมหาดไทยทราบไว้ก่อน

สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีหนังสือที่ ๖๖๘๒ /๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๔๙๗ เรื่องส่งคำตอบสัมภาษณ์เรื่องการเดินทางเยี่ยมจังหวัดภาคใต้ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามโดยท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม กล่าวคือเนื่องด้วยบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ปักษ์ใต้ได้มีหนังสือขอสัมภาษณ์เรื่องการเดินทางเยี่ยมจังหวัดภาคใต้เพื่อเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดภาคใต้และได้ทำแบบตอบมาสัมภาษณ์บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ปักษ์ใต้เพื่อลงโฆษณาให้ประชาชนทราบในหนังสือพิมพ์ปักษ์ใต้ สาระสำคัญว่าจุดประสงค์ในการไปเยี่ยมจังหวัดภาคใต้ครั้งนี้นอกจากเพื่อเป็นประธานในการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงพร้อมกับบรรดาพี่น้องหญิงในจังหวัดภาคใต้แล้วยังมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้ถือโอกาสสนทนาอย่างฉันญาติสนิทกับพี่น้องหญิงทุกจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นจังหวัดที่เกิดวีรสตรีของชาติถึงสองท่าน คือท้าวเทพสตรีและเท้าศรีสุนทรซึ่งเป็นที่ซาบซึ้งและเคารพสักการะของหญิงไทยทุกคนที่ได้ศึกษา ในการเดินทางไปจังหวัดภูเก็ตดิฉันจะปลื้มปิติที่สุดถ้าจะได้มีโอกาสพบกับพี่น้องชาวพื้นเมืองภูเก็ตทั่วไปฉันญาติสนิทได้ไต่ถามถึงทุกข์สุขโดยทั่วกันขอฝากเพิ่มเติมมายังพี่น้องชาวภาคใต้ด้วยทุกท่านคือกำลังคอยเวลาเดินทาง ที่จะมาถึงและเวลาที่จะได้พบพี่น้องชาวจังหวัดภาคใต้ด้วยหัวใจอันเป็นมิตรของพี่น้องอันสนิทและดิฉันเดินทางมา ได้เมื่อไหร่ก็จะบอกออกเดินทางโดยเร็วในที่สุดขอฝากความรักและความปรารถนาดีมายังพี่น้องชาวภาคใต้ทั่วกัน คำตอบสัมภาษณ์นี้ข้าพเจ้ามอบให้ท่านบรรณาธิการนำลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ปักษ์ใต้ตามความประสงค์ที่ท่านแจ้งไว้และขอขอบคุณท่านบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ปักษ์ใต้มานะที่นี้ด้วย

กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่องฯพณฯนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดภูเก็ต ในวันพุธที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๑๖.๐๐ น.

ตามหนังสือจังหวัดภูเก็ตที่ ๒๓๐๓ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ ลงนามโดย นายมงคลสุภาพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเรื่องการรับรองฯพณฯนายกรัฐมนตรี  ในโอกาสที่ฯพณฯนายกรัฐมนตรีและท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงเดินทางไปเยี่ยมเยียมและเปิดป้ายสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดภูเก็ตในวันพุธที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๑๖.๐๐ น.

๓๗. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดตรัง

กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่องฯพณฯนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดตรัง ในวันศุกร์ที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๐๙.๐๐ น.

๓๘. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดนราธิวาส

กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือ ลับ ด่วนมากที่ ๑๐๙๕ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๘ จากพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งเรื่องฯพณฯนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนข้าราชการและประชาชนกับเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการที่แนบมาด้วยนี้ กำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดนราธิวาส ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เวลา ๐๘.๐๐ น.

๓๙. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดลำพูน

จังหวัดลำพูน ได้มีหนังสือ ที่ ๒๕๙๘ / ๒๔๙๘ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๔๙๘ โดยขุนสนิทประชาราษฎร์ ผู้ว่าราชการจังหวัด(ชั้นพิเศษ) ลำพูน ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเรื่องงานเฉลิมฉลองอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางการเมืองของสตรีที่สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดลำพูนจัดขึ้น ในวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๔๙๘ โดยมีบรรดาข้าราชการจังหวัด สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คหบดีพ่อค้าประชาชนร่วมงานจำนวนมากและถือโอกาสจัดให้มีงานสโมสรสันนิบาตขึ้นอีกด้วย

๔๐. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดเลย

สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ มีหนังสือที่ ๑๘๑๑/๒๔๙๙ ลงวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๔๙๙ เรื่อง การไปเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดเลย ลงนามโดย นางเนื้อทิพย์ เสมรสุต เลขานุการสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ประสานแจ้งรายละเอียดในการเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิด และขอให้กระทรวงมหาดไทยได้ส่งกำหนดวัน เวลา เปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดเลย และกำหนดการเดินทาง

ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ ๗๒๘๔ / ๒๔๙๙ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๔๙๙ เรื่องพิธีเปิดป้ายสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงและเยี่ยมราษฎรจังหวัดเลยกับจังหวัดสุรินทร์ ลงนามโดยพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง แจ้งรายละเอียดการเดินทางและกำหนดเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดเลย ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๙๙ เวลา ๑๒.๐๐ น. ตามกำหนดการ

ประกอบกับปลัดกระทรวงมหาดไทยได้หนังสือด่วนมากที่ ๖๖๖๗, ๖๖๖๘, ๖๖๖๙ , ๖๖๗๐/๒๔๙๙ ลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๔๙๙ เรื่องพิธีเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงและเยี่ยมราษฎรจังหวัดเลยกับจังหวัดสุรินทร์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นร้อยเอ็ดสุรินทร์มหาสารคาม แจ้งอำนวยความสะดวกในเขตท้องที่

ตามคำกล่าวรายงานการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดเลยของ นางล้วนลักษณ์ ตันติลีปิกร นายกสมาคม ทราบว่าสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดเลยได้ก่อตั้งขึ้นตามนโยบายในสมัยนางเนื่อง พหูชนม์ ภรรยานายปรง พหูชนม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยในเวลานั้น ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนได้เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๔๙๗

๔๑. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดสุรินทร์

กระทรวงมหาดไทยได้หนังสือด่วนมากที่ ๖๖๖๗, ๖๖๖๘, ๖๖๖๙ ,๖๖๗๐ / ๒๔๙๙ ลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๔๙๙ เรื่องพิธีเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงและเยี่ยมราษฎรจังหวัดเลยกับจังหวัดสุรินทร์ ลงนามโดย พระยายามราชภักดี ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นร้อยเอ็ดสุรินทร์มหาสารคาม แจ้งอำนวยความสะดวกในเขตท้องที่ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ ๗๒๘๔ / ๒๔๙๙ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๔๙๙ เรื่องพิธีเปิดป้ายสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงและเยี่ยมราษฎรจังหวัดเลยกับจังหวัดสุรินทร์ ลงนามโดยพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง แจ้งรายละเอียดการเดินทางและกำหนดเยี่ยมสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดสุรินทร์ ในวันที่ ๓ เมษายน ๒๔๙๙ เวลา ๑๒.๐๐ น.

๔๒. สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จังหวัดกาฬสินธุ์

หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑๔๓๑๔/๒๔๙๙ ลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๔๙๙ เรื่อง กำหนดการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงนามโดย นายศักดิ์ ไทยวัฒน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงเลขานุการสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ซึ่งแจ้งร่างกำหนดการเดินทางไปเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมฝ่ายหญิงจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อนำเรียนต่อประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงเพื่อทราบ

โดยสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีหนังสือสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่ ๕๐๓๐/๒๔๙๙ ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๔๙๙ เรื่อง กำหนดการเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงนามโดย นางเนื้อทิพย์ เสมรสุต เลขานุการสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ตอบกลับปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งว่าประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงเรียนขอบคุณ และขอปรับแก้ไขกำหนดการเปิดสมาคมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในวันศุกร์ที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๔๙๙ เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดกาฬสินธุ์ ในวันเสาร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๔๙๙ เสร็จพิธีแล้ว เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสมาคม จากนั้นได้เยี่ยมราษฎรในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มหาสารคาม และนครราชสีมา และเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันอังคารที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๔๙๙ ทั้งนี้ มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมเดินทางไปราชการดังกล่าว จากบ้านชิดลมและสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง และกระทรวงมหาดไทย รวมจำนวน ๑๘ คน

ขอทราบสถิติสตรีที่ทำงานอยู่ในกระทรวงมหาดไทย

ตามหนังสือ สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่ ๖๕๓๖/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๔๙๖ โดยท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ขอทราบสถิติของสตรีที่ทำงานอยู่ในกระทรวงมหาดไทย กล่าวคือ ๑. นามสตรีที่ได้เข้าทำงานในกระทรวงของท่านเป็นท่านแรก ทำงานในตำแหน่งอะไร ได้รับเงินเดือนเท่าไหร่ ๒. สตรีที่ได้รับตำแหน่งสูงสุด พร้อมภาพถ่ายและประวัติ ๓. มีสตรีเข้าทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน โดยแยกเป็นรายปี ในทุกประเภทของผู้ปฏิบัติราชการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ถึงความต้องการทราบศักยภาพของสตรี สิทธิ และโอกาส และกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือรายงานสถิติของสตรีที่ทำงานอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๙๗๘๑/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๙๗ ลงนามโดยนายทวี แรงขำ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยลงนามแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ความว่าสตรีสังกัดกระทรวงมหาดไทยคนแรกในปี ๒๔๗๘ คือ นางสาวเพียรผจง สัมภวะผล ตำแหน่งเสมียนสำนักงานปลัดกระทรวง เงินเดือน ๑๕๐ บาท นอกจากนี้ยังมีข้อมูลของสตรีคนแรกของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี กรมตำรวจ กรมที่ดิน กรมประชาสงเคราะห์ กรมโยธาเทศบาล กรมป้องกันสาธารณภัย กรมอัยการ

การเปลี่ยนชื่อสมาคมและสโมสรหญิงในต่างจังหวัด

ตามหนังสือสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่ น.ว. ๑๖/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๙๗ โดยพระยาจินดารักษ์ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องการจัดตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ในต่างจังหวัด ความว่า สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ มีนโยบายที่จะยกย่องส่งเสริมเกียรติและสถานภาพของสตรีไทยด้านต่างๆ ให้สูงขึ้น จึงได้เชิญชวนภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดให้เชิญชวนบรรดาสุภาพสตรีในจังหวัดจัดตั้งสมาคมหรือสโมสรสตรีในจังหวัดนั้นๆ ขึ้น เพื่อให้สตรีได้มีการพบปะสมาคมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ตลอดจนได้ร่วมกันเล่นกีฬาเพื่อความบันเทิง เป็นการสมานสามัคคีกันระหว่างสตรีไทยโดยทั่วไป ทั้งเป็นโอกาสที่จะให้สตรีไทยได้ร่วมกันบำเพ็ญงานให้เป็นประโยชน์แก่ครอบครัว สังคมและประเทศชาติสืบไปอีกด้วย ซึ่งบัดนี้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติได้อนุมัติให้จัดตั้งขึ้นแล้วหลายจังหวัด

การจัดตั้งสโมสรหรือสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีในต่างจังหวัด บางจังหวัดใช้เรียกชื่อว่าสโมสร และบางจังหวัดใช้ชื่อว่าสมาคม ซี่งเป็นการแตกต่างกันอยู่แต่ก็ใช้ระเบียบและข้อบังคับแนวเดียวกัน เพื่อความเหมาะสมในเรื่องนี้ สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จึงได้พิจารณาเห็นสมควรให้ใช้ชื่อเป็นสมาคมเหมือนกันหมด เป็นการยกฐานะให้สูงขึ้น จึงได้ขออนุมัติท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในตำแหน่งบังคับบัญชาสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ขอเปลี่ยนชื่อเป็น “สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัด……………………” เหมือนกันเพื่อบ่งชัดถึงการสนับสนุนนโยบายของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้พิจารณาเห็นชอบอนุมัติให้เปลี่ยนได้ และได้นำเรียนคณะรัฐมนตรีทราบแล้ว

พร้อมกันนี้ สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้แจ้งขอความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ ๒๙๑๖/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๘ เมษายน ๒๔๙๗ โดยพระยาจินดารักษ์ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เสนอให้ใช้ชื่อ เป็นอย่างเดียวกันทั้งหมดว่า “สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัด……………………”

นอกจากข้อมูลการก่อกำเนิดของสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดต่างๆ ในส่วนภูมิภาค จำนวน ๔๒ สมาคมแล้ว ยังพบหลักฐานสำคัญที่สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีหนังสือที่ ๓๑๘๓/ ๒๔๙๙ ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๙ เรื่อง ส่งรายชื่อนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ถึงหัวหน้ากองกลาง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งปรากฎรายชื่อสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจำนวน ๖๘ สมาคม และจากข้อมูลหนังสือวีสวรรษานุสรณ์ ที่ระลึกงานฉลองครบรอบ ๒๐ ปี สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ที่จัดพิมพ์ขึ้นเมื่อ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๐ ที่ปรากฎรายชื่อสมาคมหน่วยสมาชิกสามัญที่สอดคล้องกับหนังสือที่ ๓๑๘๓/ ๒๔๙๙ ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๙ จึงเชื่อได้ว่าสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงที่ปรากฎข้างต้นเป็นจุดกำเนิด และร่วมก่อตั้งสภาสตรีแห่งชาติ

รายชื่อนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง

สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ มีหนังสือที่ ๓๐๘๓/๒๔๙๙ ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๙ เรื่อง ส่งรายชื่อนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ถึงหัวหน้ากองกลาง กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำส่งบัญชีรายชื่อนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ทุกจังหวัด สำหรับเป็นคู่มือในการตรวจสอบ โดยมีบัญชีรายชื่อนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมฝ่ายหญิงทุกจังหวัด ดังนี้

  • ๑. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางเพ็ญพิมล สิริสวย
  • ๒. จังหวัดลพบุรี ม.ร.ว. อิลา พิบูลนครินทร์
  • ๓. จังหวัดชัยนาท นางบุญช่วย สมบัติทวี
  • ๔. จังหวัดสิงห์บุรี นางบริรักษ์บทวลัญช์
  • ๕. จังหวัดอ่างทอง นางสมภพ สูตรสุคนธ์
  • ๖. จังหวัดสระบุรี นางพัฒนา อุไรรัตน์
  • ๗. จังหวัดปทุมธานี นางละม่อม นาคีนพคุณ
  • ๘. จังหวัดฉะเชิงเทรา นางรุจิเรข จรัญยานนท์
  • ๙. จังหวัดนครนายก นางนงนุช ไชยพันธ์
  • ๑๐. จังหวัดปราจีนบุรี นางเผาพงศ์ มีชำนาญ
  • ๑๑. จังหวัดชลบุรี นางวลัย รุจิรัต
  • ๑๒. จังหวัดระยอง นางจุไรรัตน์ ไขแสง
  • ๑๓. จังหวัดตราด นางสังวาลย์ ณ พัทลุง
  • ๑๔. จังหวัดจันทบุรี นางอุไร วรคุตตานนท์
  • ๑๕. จังหวัดสมุทรปราการ นางเอิบ ราชภักดี
  • ๑๖. จังหวัดนครราชสีมา ม.ล. ทวีพร น้อยเศรษฐ์
  • ๑๗. จังหวัดชัยภูมิ นางสารภี ปฎิทัศน์
  • ๑๘. จังหวัดบุรีรัมย์ นางจิรวัลย์ จำรูญรณสิทธิ์
  • ๑๙. จังหวัดสุรินทร์ นางพูนสมัย ชัยนาม
  • ๒๐. จังหวัดศีรสะเกษ นางปิ่นสมุทร ยธการี
  • ๒๑. จังหวัดอุบลราชธานี นางนิกรนรารักษ์ ภิรมย์ สุรางค์ พัวไพโรจน์
  • ๒๒. จังหวัดอุดรธานี นางบริบาลบรรพตเขตต์
  • ๒๓. จังหวัดหนองคาย นางอุไร ผาติสุวัณณ์
  • ๒๔. จังหวัดเลย นางล้วนลักษณ์ ตันติลิปิกร
  • ๒๕. จังหวัดสกลนคร นางจินตรา รายะนาค
  • ๒๖. จังหวัดนครพนม นางเติมสุข รมิตานนท์
  • ๒๗. จังหวัดขอนแก่น นางทองพูน ธุรนัยพินิจ
  • ๒๘. จังหวัดมหาสารคาม นางอนุมัติ ราชกิจ
  • ๒๙. จังหวัดร้อยเอ็ด นางบุญศิริ อักษรสารสิทธิ์
  • ๓๐. จังหวัดกาฬสินธุ์ นางอนงนาฏ ไชยสุต
  • ๓๑. จังหวัดลำปาง นางยุพิน กัมปนาทแสนยากร
  • ๓๒. จังหวัดแม่ฮ่องสอน นางมานิดา ธารีสาร
  • ๓๓. จังหวัดเชียงราย นางอาภรณ์ กฤษณามระ
  • ๓๔. จังหวัดเชียงใหม่ นางละไม กาญจนกุล
  • ๓๕. จังหวัดน่าน นางสินีนารถ ร.ปุรณะพรรค์
  • ๓๖. จังหวัดลำพูน นางจิตรจง ณ ลำพูน
  • ๓๗. จังหวัดอุตรดิตถ์ นางสนิทประชากร
  • ๓๘. จังหวัดแพร่ นางทองดี นกแก้ว
  • ๓๙. จังหวัดพิษณุโลก นางเนื่อง พหูชนม์
  • ๔๐. จังหวัดสุโขทัย นางปทุม ศิริสนธิ์
  • ๔๑. จังหวัดตาก นางจารุนีล์ ทรัพย์มณี
  • ๔๒. จังหวัดกำแพงเพชร นางทรัพย์ มนตเสวี
  • ๔๓. จังหวัดพิจิตร นางอำนวย โพธิสุวรรณ
  • ๔๔. จังหวัดเพชรบูรณ์ นางศิริลักษณ์ บำรุงรัตนบุรี
  • ๔๕. จังหวัดนครสวรรค์ นางสำอาง วรนารถ
  • ๔๖. จังหวัดอุทัยธานี นางเรณู รักการดี
  • ๔๗. จังหวัดราชบุรี นางวิจิตรา อรจันทร์
  • ๔๘. จังหวัดนครปฐม นางคำณวนวิจิตร ทัศนีย์ บุนนาค
  • ๔๙. จังหวัดสุพรรณบุรี นางบุบผา โพธิพันธ์
  • ๕๐. จังหวัดกาญจนบุรี นางโรหิณีย์ ไชยอาญา
  • ๕๑. จังหวัดเพชรบุรี นางชื่นจิต สุขุม
  • ๕๒. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางวันทนี อิสสระภักดี
  • ๕๓. จังหวัดสมุทรสาคร นางผ่องพรรณ สัตยายุทธ์
  • ๕๔. จังหวัดสมุทรสงคราม นางสงัด ภมรบุตร
  • ๕๕. จังหวัดนครศรีธรรมราช นางนงรัตน์ จรรยาวิเศษ
  • ๕๖. จังหวัดชุมพร นางสะอาดศรี ทิมทอง
  • ๕๗. จังหวัดสุราษฎร์ธานี นางขนิษฐา สมบูรณ์กุล
  • ๕๘. จังหวัดระนอง นางจำลองลักษณ์ จันทโรจวงศ์
  • ๕๙. จังหวัดกระบี่ นางประณีต สุระกุล
  • ๖๑. จังหวัดพังงา นางบุรราช วรภัย (กาญจนา สูตะบุตร)
  • ๖๑. จังหวัดภูเก็ต นางฉวี สุภาพงษ์
  • ๖๒. จังหวัดสงขลา ม.ร.ว. ประสานสุวรรณ สุวรรณรัฐ
  • ๖๓. จังหวัดตรัง นางเสงี่ยม ฤกษ์เกษม
  • ๖๔. จังหวัดพัทลุง นางบุญล้อม วัฒนานุรักษ์
  • ๖๕. จังหวัดสตูล นางมณฑา อารีราชการัณย์
  • ๖๖. จังหวัดปัตตานี นางศิริ บุณยรัตพันธ์
  • ๖๗. จังหวัดยะลา นางสมสนิท เปรมไทย
  • ๖๘. จังหวัดนราธิวาส นางอุบล นาคพิน
การก่อตั้งสภาสตรีแห่งชาติ

ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณายกร่างธรรมนูญสภาสตรีแห่งชาติฯ ประกอบด้วย ม.ร.ว. เสริมศรี เกษมศรี นางสาวนิลวรรณ ปิ่นทอง นางสุภาพ วีรวรรณ วิเศษสุรการ และ นางนันทกา สุประภาตะนันทน์ (คำนำหน้านามของทุกคนในขณะนั้น) ในการยกร่าง ท่านผู้หญิงได้เข้าร่วมการประชุมด้วยเป็นครั้งคราว

เมื่อยกร่างแล้วเสร็จ ท่านได้เชิญสมาคมสตรีต่างๆ ทั่วประเทศมาร่วมพิจารณาในหนังสือที่ ๒๐๓/๒๔๙๙ ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๔๙๙ ซึ่งนางสุภาพ วีรวรรณ วิเศษสุรการ กรรมการ และเลขานุการ สาขาสหธรรม สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง รับบัญชาจากประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงให้มีไปถึงสมาคมสตรีต่างๆ นั้น ข้อความตอนหนึ่งที่แสดงถึงความจริงใจของท่านผู้หญิงในอันที่จะส่งเสริมเชิดชูฐานะของสตรีมีว่า

“การริเริ่มที่จะให้มีการจัดตั้งสภาสตรีแห่งชาติฯ ขึ้นนี้ เนื่องมาจากท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง ได้มาพิจารณาเห็นว่า ปัจจุบันที่สตรีไทยได้ร่วมมือร่วมใจกันก่อตั้งองค์การสตรีและสมาคมสตรีประเภทต่างๆ ขึ้นเป็นจำนวนมาก แม้องค์การสตรีเหล่านี้ต่างจะมีวัตถุประสงค์และการดำเนินงานของตนเองก็ตาม แต่ก็ล้วนยึดมั่นในหลักใหญ่ คือ มุ่งความเจริญส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ท่านประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จึงเห็นว่าน่าจะได้มีการจัดตั้งสภาสตรีแห่งชาติ (National Council of Women) ขึ้น เพื่อเป็นสถาบันอันเป็นตัวแทนและเป็นที่รวมความคิดเห็นของสตรีไทยทั้งชาติในอันที่จะดำเนินงานเพื่อสวัสดิภาพ ของสตรีไทยและดำเนินการติดต่อกับนานาชาติ ในนามของสตรีไทย สภาสตรีแห่งชาตินี้จะเป็นสถาบันอันมิใช่องค์การรัฐบาล และไม่เป็นฝ่ายของพรรคการเมืองใดเลย และจะมีองค์การสตรีต่างๆ เป็นสมาชิกสามัญ”

การประชุมพิจารณาก่อตั้งสภาสตรีแห่งชาติฯ นายกสโมสรวัฒนธรรมหญิง ในนามประธานกรรมการสาขาสหธรรม สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติได้เชิญผู้แทนสมาคมและองค์การสตรีต่าง ๆ ทั่วพระราชอาณาจักร มาร่วมการประชุมปรึกษาหารือเรื่องการก่อตั้งสภาสตรีแห่งชาติ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ณ ศาลาสันติธรรม ในการนี้สมาคมและองค์การสตรีต่าง ๆ ได้ส่งผู้แทนสตรีมาร่วมประชุมรวม ๔๕ สมาคม ซึ่งรวมทั้งสโมสรวัฒนธรรมหญิงด้วย เป็นจำนวนผู้แทนทั้งสิ้น ๗๓ คน ประธานกรรมการสาขาสหธรรม ผู้ทำหน้าที่ประธานกล่าวเปิดประชุม แจ้งเหตุผลในการเชิญประชุมว่า เพื่อปรึกษาหารือในเรื่องคิดจัดตั้งสภาสตรีแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นที่รวมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเป็นที่ประสานงานขององค์การสตรีทั้ง เพื่อดำเนินงานในด้านเชิดชูสถานภาพของสตรีไทย กับจะเป็นตัวแทนของสตรีไทยทั้งประเทศที่จะติดต่อกับนานาชาติสถาบันนี้มิใช่องค์การรัฐบาลและจะมิใช่เป็นฝ่าย ของพรรคการเมืองใดเลย

ในการประชุมของสมาคมสตรีต่างๆ ประธานสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงได้เป็นประธานในที่ประชุม และที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ให้ก่อตั้ง สภาสตรีแห่งชาติ ขึ้นตามแนวทางที่ท่านผู้หญิงได้เสนอ ส่วนร่างธรรมนูญของสภาสตรีแห่งชาติ ก็มีการนำเสนอต่อที่ประชุม และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิจารณาโดยถี่ถ้วน จนในที่สุดได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมในเวลาต่อมา ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ในฐานะนายกสโมสรวัฒนธรรมหญิงได้รับเลือกให้เป็นประธานชั่วคราวของสภาสตรีแห่งชาติฯ ในระหว่างดำเนินการขออนุญาตต่อทางราชการเพื่อก่อตั้งเป็นการถาวรเลขทะเบียนลำดับที่ จ.๕๕๑ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๔๙๙ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระหว่างบรรดาสมาคมสตรีและองค์การสตรีในประเทศไทยและในนานาประเทศในอันที่จะสร้างเสริมความมั่นคงในด้านสวัสดิภาพความเป็นอยู่อันดี และความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกันของมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งของสตรี เพื่อปฏิบัติงานในทางที่จะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ฐานะและสมรรถภาพของสตรีไทย ตลอดจนแสวงหาทางที่จะขจัดหรือแก้ไขปัญหาทั้งปวง อันเป็นอุปสรรคแก่ความเจริญทางคุณธรรม และความก้าวหน้าของสตรีไทย ซึ่งในการปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว สภาสตรีแห่งชาติจะไม่ก้าวล่วงเข้าไปในกิจการของสมาคมหรือองค์กรสตรีที่เป็นสมาชิก ซึ่งปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของสมาคมหรือองค์กร

สภาสตรีแห่งชาติถือว่าเป็นสถาบันอันมิใช่องค์กรรัฐบาล และไม่เป็นฝ่ายของพรรคการเมืองใดก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางที่รวมความคิดเห็นและปฏิบัติงานในอันที่จะสร้างเ สริมและผดุงไว้ซึ่งสวัสดิภาพ และความเป็นอยู่อันดีของมนุษย์ชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีโดยไม่จำกัดฐานะและศาสนาใช้ชื่อย่อว่า “ส.ส.ช.” และ ชื่อภาษาอังกฤษว่า “National Council of Women of Thailand”ใช้ชื่อย่อว่า “NCWT”

สภาสตรีแห่งชาติได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้อยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ จึงใช้ ชื่อว่า “สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์” ใช้ชื่อย่อว่า “ส.ส.ช.” และชื่อภาษาอังกฤษว่า “The National Council of Women of Thailand under The Royal Patronage of Her Majesty The Queen” ใช้ชื่อย่อว่า “NCWT”

เครื่องหมายของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นรูปมงกุฎกษัตรี พระนามาภิไธยย่อ “สก” ใต้มงกุฎภายในวงกลมมีข้อความว่า “สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์”

หมายเหตุ เพื่อปฏิบัติตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๘๐ บัญญัติให้ใช้ “สมาคม” ประกอบกับชื่อของสมาคม สภาสตรีแห่งชาติฯ จึงได้จดทะเบียนใหม่ ใช้ชื่อว่า “สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์” ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๗

สถานที่ทำการสภาสตรีแห่งชาติตั้งอยู่ ณ บ้านมนังคศิลา เลขที่ ๕๑๔ถนนหลานหลวง แขวงมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้สภาสตรีแห่งชาติฯ ได้มีประวัติสำนักงานที่ทำการสภาสตรีแห่งชาติฯ ดังนี้

เมื่อแรกจดทะเบียนก่อตั้งสภาสตรีแห่งชาติ ใน พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้ใช้ศาลาสันติธรรม ถนนราชดำเนินนอก เป็นสำนักงาน ต่อมาได้ใช้สถานที่สโมสรวัฒนธรรมหญิง ถนนพิษณุโลก เป็นที่ประชุม และเป็นสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการอำนวยการชั่วคราว นอกจากนั้นยังได้ใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเตรียมเอกสารที่ศูนย์กลางอุณากรรณ (๖๔ อุณากรรณ) ตลอดจนได้ใช้บ้านรับรองที่ศูนย์กลางอุณากรรณจัดให้ ณ เลขที่ ๒๙๔/๓ ถนนพญาไท ใกล้ซอยพญานาค เป็นสำนักงานกลางชั่วคราว

จนปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ จึงได้เปลี่ยนสถานที่ทำการไปอยู่ ณ เลขที่ ๒๓๓ ถนนราชวิถี ปากซอยสุโขทัย ๑ เริ่มมีเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานขั้นแรกได้รับเงินสนับสนุนจากมูลนิธิอาเซีย ผ่านทางศูนย์อุณากรรณ จนถึง พ.ศ. ๒๕๐๖ เมื่อท่านผู้หญิงอุศนา ปราโมช รับเป็นประธานจัดหาทุน ได้จัดงานเคหะศิลป์ ต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายปี สภาสตรีแห่งชาติ จึงได้มีทุนดำเนินงานของตนเอง นอกจากค่าบำรุงจากหน่วยสมาชิกสามัญแล้ว ยังได้รับเงินช่วยเหลือบางส่วนในด้านโครงการเฉพาะกิจจากมูลนิธิอาเซียอีกด้วย

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่๙ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับสภาสตรีแห่งชาติไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ ทำให้สภาสตรีแห่งชาติ ได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้เช่าบ้าน “พระกรุณานิวาสน์” ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ ๒ ถนนพิชัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐ เป็นที่ตั้งสำนักงาน

สภาสตรีแห่งชาติ ในสมัยคุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ เป็นประธาน (สมัยที่ ๙ พ.ศ. ๒๕๑๘ – ๒๕๒๐) ได้ย้ายที่ทำการสภาสตรีฯ มายังบ้าน “มนังคศิลา” เนื่องจากได้รับอนุมัติเป็นการถาวร เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ จาก ฯพณฯ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ทั้งนี้เป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจของคุณหญิงอุดมลักษณ์ ศรียานนท์ นับตั้งแต่เสนอแนะการขอใช้สถานที่การดำเนินงานเรื่อง ตลอดจนเร่งรัดผลักดันผู้เกี่ยวข้องฝ่ายรัฐบาลจนได้รับการอนุมัติดังกล่าว

ในสมัยท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช เป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติ (สมัยที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๒) ได้รับการอนุมัติให้ปรับปรุงหอประชุมมนังคศิลา โดยสร้างเป็นอาคารหลังใหม่ เป็นที่ประชุมของสภาสตรีแห่งชาติ และองค์กรสมาชิก โดยมีกรมโยธาธิการเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง จุที่นั่งประมาณ ๓๐๐ คน มีเวทีพร้อมอุปกรณ์แสงและเสียง รวมทั้งเครื่องปรับอากาศ อาคารชั้นบนหอประชุมจัดเป็นห้องสมุดเฉพาะ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาค้นคว้า กิจกรรม ผลงาน และข้อมูลเกี่ยวกับสตรีทั้งของไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ได้จัดตั้งศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านในบริเวณบ้านมนังคศิลา ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ คณะกรรมการสภาสตรีแห่งชาติ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดหอประชุมมนังคศิลา และห้องสมุดสภาสตรีแห่งชาติ ในงานหัตถศิลป์ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑

สมัยที่นางประพักตร์ สกุลรัตนะ เป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติ (สมัยที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๒๖ – ๒๕๒๘) สภาสตรีแห่งชาติ ได้รับอนุญาตจากสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ใช้อาคารเล็ก ๒ หลัง เป็นสำนักงานเลขาธิการอาคารหอประชุมมนังคศิลาเป็นที่จัดประชุมและจัดงาน ขณะนั้นอาคารเล็ก ๒ หลังมีสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้รับความอนุเคราะห์ด้านการเงินจากสำนักนายกรัฐมนตรีมาดำเนินการซ่อมแซม ส่วนด้านการตกแต่งภายในและซ่อมแซมเครื่องเรือน คณะกรรมการสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้หาเงินมาดำเนินการปรับปรุง เพื่อให้อยู่ในสภาพเหมาะสมสวยงามและตกแต่งห้อง เพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้สะดวก ในเวลาต่อมา กรมศิลปากรได้จดทะเบียนอนุรักษ์บ้านมนังคศิลาในด้านสถาปัตยกรรม

ปัจจุบันนี้ สภาสตรีแห่งชาติฯ ยังคงได้รับอนุญาตจากสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้อาคารเล็ก ๒ หลัง เป็นสำนักงานเลขาธิการ และอาคารเล็กใกล้ประตูทางเข้าเป็นศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้าน จัดจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านจากองค์กรสมาชิกในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ส่วนอาคารหอประชุมมนังคศิลา นับจากวันที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ เสด็จมาทางเปิดอาคาร เวลาได้ล่วงเลยมากว่า ๓๐ ปีแล้ว หอประชุมจึงมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ทำให้ไม่ปลอดภัยในการใช้ ดังนั้น คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล (ประธานสภาสตรีแห่งชาติ สมัยที่ ๒๓ พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๕) จึงขออนุญาตสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีซ่อมแซมหอประชุมดังกล่าว ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี

บ้านพระกรุณานิวาสน์

บ้านพระกรุณานิวาสน์ เดิมเคยเป็นตำหนักสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เพื่อพระราชทานแก่พระวรกัญญาปทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี (ม.จ.หญิงวรรณวิมล วรวรรณ) พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์ (พระยศขณะนั้น) หลังจากเสด็จทิวงคตแล้ว ตำหนักหรือบ้านหลังนี้ก็ตกอยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

สภาสตรีแห่งชาติ ได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้เช่าบ้าน พระกรุณานิวาสน์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๔ และใช้เป็นสำนักงานจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ในสมัยคุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ เป็นประธานสภาสตรีฯ สำนักงานเลขาธิการสภาสตรีแห่งชาติ ได้ย้ายมาอยู่บ้านมนังคศิลา นอกจากนี้ในโอกาสที่สภาสตรีแห่งชาติฯ อายุครบ ๑๐ ปี ได้มีการสร้างศาลาทศวรรษ ขึ้นในบริเวณบ้านพระกรุณานิวาสน์เพื่อเป็นอนุสรณ์ และได้ใช้เป็นห้องสมุดร่วมกับสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย

บ้านพระกรุณานิวาสน์ เดิมเป็นอาคารเก่าร่วมร้อยปี ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา มีการซ่อมมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ใช้ได้เพียงชั่วคราว สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ขอให้ซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดี ทางคณะกรรมการฯ จึงมีมติให้รื้ออาคารหลังเก่า และสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้น เพื่อให้เป็นที่ทำการขององค์กรสมาชิกที่ยังไม่มีสำนักงานเป็นของตนเอง รวมทั้งเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมและประโยชน์อื่นๆ ในการหารายได้เพื่องานของสภาสตรีแห่งชาติ เช่น หอพักสตรี ร้านจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมของสมาชิก สนามกีฬา เป็นต้น โดยมีคุณหญิงอรวรรณ ฟูตระกูล รองประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ในขณะนั้นเป็นประธานรับผิดชอบในการก่อสร้าง เมื่อคุณหญิงอรวรรณ ฟูตระกูล ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ สมัยที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๒๔ - ๒๕๒๖ ได้ดำเนินการหาทุนต่อจากอดีตประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ คุณหญิงจันทนี สันตะบุตรสร้างอาคารพระกรุณานิวาสน์ใหม่ เป็นอาคาร ๔ ชั้น

  • ชั้นล่าง เป็นห้องประชุมสำหรับชุมนุมองค์กรสมาชิกใช้เป็นที่บรรยายและอบรมทางวิชาการ
  • ชั้นสอง เป็นสำนักงานขององค์กรสมาชิกที่ยังไม่มีสำนักงาน จำนวน ๕ สมาคม
  • ชั้นสาม เป็นหอพักสำหรับสมาชิกจากองค์กรสมาชิกสภาสตรีแห่งชาติฯ
  • ชั้นสี่ เป็นหอพักสำหรับนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ ได้จัดให้มีสนามเทนนิส ๒ สนาม และอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะให้องค์กรสมาชิกของสภาสตรีแห่งชาติฯ ร่วมกันใช้ อาคารพระกรุณานิวาสน์ ได้ก่อสร้างสำเร็จลงโดยสิ้นค่าก่อสร้างประมาณหกล้านบาท เงินจำนวนนี้ได้มาจากการร่วมแรงร่วมใจรณรงค์หาทุนและได้รับบริจาคจากบุคคลและสมาคมต่างๆ รวมทั้งสมาคมที่เป็น ๕ องค์กรที่บริจาคเงินรายละ ๒ แสนบาท เพื่อใช้อาคารแห่งนี้เป็นสำนักงานถาวร ได้แก่

  • ๑. สมาคมเลขานุการสตรีแห่งประเทศไทย
  • ๒. สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย
  • ๓. สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน
  • ๔. สมาคมสตรีชาวนาไทย
  • ๕. สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย

สมาชิกและสมาคมที่ได้บริจาคเงินตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ได้รับการจารึกชื่อไว้บนแผ่นป้าย ณ อาคารแห่งนี้ด้วย นอกจากจะมีหอพัก ห้องประชุม สนามเทนนิสแล้ว สภาสตรีแห่งชาติฯ ยังได้เปิดศูนย์ร้านค้าของโครงการส่งเสริมอาชีพขึ้น ที่บ้านพระกรุณานิวาสน์อีกด้วย โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • ๑. เพื่อเป็นการเผยแพร่งานศิลปหัตถกรรมของไทย
  • ๒. เพื่อเผยแพร่สินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ได้จากการไปส่งเสริมอาชีพไว้จากภาคต่างๆ
  • ๓. เพื่อจำหน่ายผลิตผลที่สมาชิกขององค์กรต่างๆ ผลิตขึ้นเพื่อหารายได้เสริม
  • ๔. เพื่อเป็นศูนย์รวมจำหน่ายสินค้าไทยจากทุกภาคในราคาย่อมเยา

ในสมัยศาสตราจารย์ เกียรติคุณ แพทย์หญิงคุณหญิงสุดสาคร ตู้จินดา เป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ (สมัยที่ ๑๔ พ.ศ. ๒๕๒๘ - ๒๕๓๐) ได้จัดการบริหารงานบ้านพระกรุณานิวาสน์ ให้อยู่ในหน้าที่ของคณะกรรมการโครงการถาวรของสภาสตรีแห่งชาติฯ ในชื่อ “โครงการบริหารบ้านพระกรุณานิวาสน์” โดยมี นางฉวี เพชรรัตน์ เป็นประธานโครงการ มีบริการที่จัดไว้บริการองค์กรสมาชิก และประชาชนทั่วไปได้แก่ ศูนย์ฝึกอาชีพ และศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ได้ร่วมกับฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายเศรษฐกิจ และอาชีพ ฝ่ายการศึกษา และศีลธรรม ฝ่ายคหกรรมศาสตร์ฯ จัดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพแก่สตรีและเยาวชน เช่น การทำอาหาร การตัดเย็บเสื้อผ้าในหลักสูตรระยะสั้น เป็นต้น

สมัยนางเรือนแก้ว กุยยกานนท์ แบรนด์ท เป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ (สมัยที่ ๑๗ พ.ศ. ๒๕๓๒ – ๒๕๓๔) ได้บริหารงานโครงการบ้านพระกรุณานิวาสน์ ซึ่งประกอบด้วย กรรมการที่ปรึกษา ประธานโครงการและคณะกรรมการ โดยให้ประธานโครงการ (นางฉวี เพชรรัตน์ ขณะนั้น) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารของสภาสตรีแห่งชาติฯ ทุกครั้ง และต้องเสนอบัญชีรายรับ-รายจ่ายทุกเดือน จัดกิจกรรมฝึกอบรมวิชาชีพ แก่สตรีทั่วไป รวมทั้งกิจการหารายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและซ่อมแซมหอพักและอาคาร นอกจากนี้ ในแต่ละสมัยก็ได้จัดกิจกรรมพิเศษ หาทุนมาซ่อมแซมอาคาร เช่น จัดสัปดาห์สินค้าไทย ร่วมกับองค์กรสมาชิกจัดการแข่งขันเทนนิส เป็นต้น ปัจจุบัน อาคารสถานที่ในบริเวณบ้านพระกรุณานิวาสน์มิได้มีการปรับปรุง บำรุง ซ่อมแซมใหญ่ มานานร่วม ๒๐ ปี ยังคงรอการดำเนินงานในอนาคต

ประวัติบ้านมนังคศิลา

หลักฐานหนึ่งระบุว่า เดิมเจ้าของบ้าน มนังคศิลาคือ พระยาอุดมพงศ์ราชภักดี ซึ่งภายหลังได้นำไปจำนองไว้กับธนาคารเอเชียฯ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ รัฐบาลในขณะนั้นได้ขอยืมบ้านจากธนาคารมาใช้เป็น บ้านรับรอง โดยสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลรักษา และใช้เป็นที่ประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล

พ.ศ. ๒๔๙๘ รัฐบาลได้ตั้งพรรคเสรีมนังคศิลาขึ้น และใช้บ้านหลังนี้เป็นสำนักงานใหญ่ของพรรคตลอดมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้มีการรัฐประหารขึ้น จึงเลิกล้มพรรคเสรีมนังคศิลาไป ทางธนาคารเอเซียฯ ได้ขอบ้านคืนจากรัฐบาล และรับไปดูแลรักษาเอง เนื่องจากรัฐบาลถือหุ้นอยู่ในธนาคารเอเซียฯ ด้วย จึงได้ขอยืมบ้านหลังนี้รับรองแขกเป็นครั้งคราว

พ.ศ. ๒๕๐๓ กระทรวงการคลังได้ขอสถานที่ตั้งสำนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยที่บางขุนพรหม คืนธนาคารแห่งประเทศไทยจึงทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง โดยขอซื้อบ้านมนังคศิลาจาก ธนาคารเอเซียฯ ให้กับกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับสถานที่ตั้งธนาคารแห่งประเทศไทย ที่บางขุนพรหม (ราคาที่ธนาคารเอเซียฯ ขายให้ประมาณ ๓๐ ล้านบาท) ดังนั้นบ้านมนังคศิลาจึงตกเป็นที่ราชพัสดุของกระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นต้นมา ประมาณปลายปี พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐบาลได้เจรจาขอรับมอบบ้านหลังนี้มาใช้เป็นบ้านรับรองของสำนักนายกรัฐมนตรีจนถึงปัจจุบันนี้ โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้ามีแขกของกระทรวงการคลัง ทางรัฐบาลก็ยินยอมให้กระทรวงการคลังใช้เป็นสถานที่รับรองร่วมด้วย

พ.ศ. ๒๕๑๘ สภาสตรีแห่งชาติฯ ได้รับอนุญาตจาก ฯพณฯ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ให้ใช้บ้านรับรองมนังคศิลาเป็นสถานที่ทำงานของสภาสตรีแห่งชาติจนถึง พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยใช้อาคารเล็ก ๒ หลัง เป็นสำนักงานเลขาธิการ และอาคารหอประชุมมนังคศิลา (ที่สภาสตรีฯ สร้าง) รวมอาคารศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนอาคารหลังใหญ่ และบริเวณทั้งหมดนั้น สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลรักษาสภาสตรีแห่งชาติฯได้ใช้เป็นที่รับรองอาคันตุกะและประกอบพิธีต่างๆ อย่างเหมาะสม โดยหัวหน้ากองสถานที่และยานพาหนะ สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ

สมัยที่ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช เป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ (สมัยที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๒) ได้รับการอนุมัติให้ปรับปรุงหอประชุมมนังคศิลา โดยสร้างเป็นอาคารหลังใหม่ เป็นที่ประชุมของสภาสตรีแห่งชาติฯ และองค์กรสมาชิก โดยมีกรมโยธาธิการเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง จุดที่นั่งประมาณ ๓๐๐ คน มีเวทีพร้อมอุปกรณ์แสงและเสียง รวมทั้งเครื่องปรับอากาศ อาคารชั้นบนหอประชุมจัดเป็นห้องสมุดเฉพาะ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาค้นคว้า กิจกรรม ผลงาน และข้อมูลเกี่ยวกับสตรี ทั้งของไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ได้จัดตั้งศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านในบริเวณบ้านมนังคศิลา ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ คณะกรรมการสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินเปิดหอประชุมมนังคศิลา และห้องสมุดสภาสตรีแห่งชาติ ในงานหัตถศิลป์ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑

สมัยที่นางประพักตร์ สกุลรัตนะ เป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ (สมัยที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๒๖ – ๒๕๒๘) สภาสตรีแห่งชาติฯ ได้รับอนุญาตจากสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ใช้อาคารเล็ก ๒ หลัง เป็นสำนักงานเลขาธิการอาคารหอประชุมมนังคศิลาเป็นที่จัดประชุมและจัดงาน ขณะนั้นอาคารเล็ก ๒ หลังมีสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้รับความอนุเคราะห์ด้านการเงินจากสำนักนายกรัฐมนตรีมาดำเนินการซ่อมแซม ส่วนด้านการตกแต่งภายในและซ่อมแซมเครื่องเรือน คณะกรรมการสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้หาเงินมาดำเนินการปรับปรุง เพื่อให้อยู่ในสภาพเหมาะสมสวยงามและตกแต่งห้อง เพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้สะดวก ในเวลาต่อมา กรมศิลปากรได้ จดทะเบียนอนุรักษ์บ้านมนังคศิลาในด้านสถาปัตยกรรม ปัจจุบันนี้ สภาสตรีแห่งชาติฯ ยังคงได้รับอนุญาตจากสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้อาคารเล็ก ๒ หลัง เป็นสำนักงานเลขาธิการ และอาคารเล็กใกล้ประตูทางเข้าเป็นศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้าน จัดจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านจากองค์กรสมาชิกในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ส่วนอาคารหอประชุมมนังคศิลา นับจากวันที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ เสด็จมาทรงเปิดอาคาร เวลาได้ล่วงเลยมากว่า ๓๐ ปีแล้ว หอประชุมจึงมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ทำให้ไม่ปลอดภัยในการใช้ ดังนั้น คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล (ประธานสภาสตรีแห่งชาติ สมัยที่ ๒๓ พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๕) จึงขออนุญาตสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีซ่อมแซมหอประชุมดังกล่าว ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีเป็นที่น่าภูมิใจแก่คณะกรรมการดำเนินงานโดยทั่วกัน